|
ตลาดนัดจตุจักร
(Jatujak Weekend Market or Chatuchak Market)
ถ้ากล่าวถึง ตลาดนัดจตุจักร คงไม่มีใครไม่รู้จัก
เพราะเป็นแหล่งรวมสินค้านานาชนิดและร้านค้ามากมาย
สินค้าจากทั่วทุกมุมของประเทศไทย
และยังเป็นตลาดขายส่งผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรและงานฝีมือชาวบ้าน
ความหลากหลายในบรรยากาศอันคึกคักของตลาดนัดจตุจักร
สร้างสีสันในวันหยุดสุดสัปดาห์ให้กับคนกรุงเทพฯมาช้านาน
จนนับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญกลางเมืองหลวงแห่งนี้
อีกทั้งยังเป็นตลาดส่งออกสินค้าพื้นบ้านของไทยไปยังต่างประเทศปีละเป็นจำนวนมาก
เป็นศูนย์รวมจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
อีกทั้งยังเป็นแหล่งสร้างอาชีพสร้างความร่ำรวยให้ผู้คนจำนวนมาก
จนเป็นตำนานแห่งตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ความเป็นมาของตลาดนัดจตุจักร
ตลาดนัดจตุจักรแห่งนี้มีความเป็นมายาวนานกว่า 60 ปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.
2491 ในสมัยจอมพล
ป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีรัฐบาลมีนโยบายให้จัดตั้งตลาดนัดขึ้นในทุกจังหวัด
สำหรับกรุงเทพฯนั้นได้เลือกสนามหลวงเป็นสถานที่จัดตลาดนัด
แต่เพียงไม่ถึงปีทางราชการก็ย้ายตลาดนัด
ไปอยู่ในพระราชอุทยานสราญรมย์แล้วจึงย้ายออกไปตั้งอยู่บริเวณสนามชัย
และย้ายตลาดนัดกลับไปยังสนามหลวงในปี พ.ศ. 2501
ต่อมาในปี พ.ศ. 2521 ได้มีนโยบายใช้สนามหลวงเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
และจัดงานกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี
การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้มอบที่ดินย่านพหลโยธินตอนต่อจากสวนจตุจักรด้านทิศใต้ให้แก่กรุงเทพมหานครเพื่อใช้ในกิจการสาธารณะประโยชน์
และกรุงเทพมหานครได้ปรับพื้นที่
เพื่อให้ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยและขณะเดียวกันก็พยายามย้ายผู้ค้าจากสนามหลวงมาด้วย
จนกระทั่งดำเนินการสำเร็จ เมื่อปี พ.ศ. 2525
โดยใช้ชื่อว่าตลาดนัดย่านพหลโยธิน ต่อมาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น
ตลาดนัดจตุจักร ให้สอดคล้องกับสวนจตุจักรในบริเวณใกล้เคียง
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 จนถึงปัจจุบัน
เค้าขายอะไรกันในจตุจักร?
ในยุคแรก ๆ ด้วยความห่างไกลและความยากลำบากในการเดินทางจึงให้ตลาดนัด
จตุจักรแทบจะเป็นตลาดร้าง
แต่ด้วยความอดทนของผู้ค้าประจวบกับความเจริญของเมืองหลวงที่เริ่มมีการขยายออกมา
จึงเริ่มปรุงแต่งความมีชีวิตชีวาให้กับที่นี่และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเมื่อช่วง
10 ปีที่ผ่านมานั่นเอง
จนแทบไม่เหลือเค้าของความเป็นตลาดสินค้าพื้นบ้านให้เห็นอีกแล้ว
ความหลากหลายของสินค้าที่นี่ ทำให้ผู้จับจ่ายสินค้าอยากมาเที่ยวในวันเสาร์
อาทิตย์ ซื้อกันไปต่อราคากันไป
ดูเทคนิคความแปลกใหม่ของการเสนอขายแบบถึงลูกถึงคนไม่มีใครเหมือน
กลุ่มลูกค้านอกจากจะมีทุกเพศทุกวัยแล้วยังขยายไปสู่ชาวต่างชาติผู้ชื่นชอบงานศิลปะและงานหัตถกรรมไทยที่รวบรวมมาจากทุกภาคของประเทศไทย
ยิ่งเมื่อรวมกันแล้ว ภายในนื้อที่ 68 ไร่นี้มีแผงค้าถาวรมากกว่า 8,000 ร้าน
และร้านแบกะดินอีกกว่า 300 แผง ขณะที่ผู้มาเยือนที่มีเฉพาะวันเสาร์
อาทิตย์ ก็ยังมีมากถึงกว่า 2แสนกว่าคน มีเงินสะพัดสัปดาห์ละ 100 120
ล้านบาท
พื้นที่โครงการทั้งหมดมี 27 โครงการ ร้านค้ากว่า 8,000 ร้านค้า
โดยแบ่งตามประเภทของสินค้า 8 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ 1.เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย
2.เฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้าน 3.สัตว์เลี้ยง 4.ของเก่า ของสะสม 5.หนังสือ
6.สินค้ามือสอง 7.ต้นไม้และอุปกรณ์แต่งสวน 8.อาหารและเครื่องดื่ม
หอนาฬิกา
หอนาฬิกา
เป็นจุดนัดพบของผู้ที่จะเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าในตลาด
ซึ่งกองอำนวยการตลาดนัดจตุจักร ได้ร่วมกับสมาคมหอการค้าไทย-จีน
จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษามหาราช
|