จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2369 26 ต.ค. - 29 ต.ค. 2551    

ร่พูดคุยถึงหัวข้อนี้ใน ชุมชนชาวจตุจักร

     การรถไฟแห่งประเทศไทยลั่น!ยึดคืนตลาดจตุจักร  'ยุทธนา' พูดชัดทำเองดีกว่า เล็งดึงรายอื่นเสียบแทนกรุงเทพมหานคร

     การรถไฟฯ เสียงแข็ง เมินต่อสัญญาบริหารตลาดจตุจักรกับกทม. หลังหมดสัญญาเช่าปี2555 "ยุทธนา"ลั่นทำเองดีกว่า แก้ปัญหาค้างค่าเช่า เตรียมทำแผนพัฒนาเป็นระบบ เล็งดึงเอกชนรับหน้าที่บริหารแทนลอกแบบตลาดคลองเตย พร้อมจี้ทวงเงินค่าเช่าจากกทม. ด้านผู้ค้าร่วมหมื่นแผงเตรียมรวมตัว ส่งผู้แทนเจรจาการรถไฟฯ-คมนาคมโดยตรง หวังขอสวมสิทธิ บริหารจัดการตลาดต่อเอง หลังกทม.เจรจาไม่เป็นผลมานานปี

 

      นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้การรถไฟฯ ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังกรุงเทพมหานคร ในฐานะคู่สัญญาเช่าที่ดินตลาดนัดจตุจักรจากการรถไฟฯแล้วว่า การรถไฟฯ ไม่ประสงค์จะต่อสัญญาเช่าที่ดินตลาดนัดจตุจักรต่ออีก เมื่อครบอายุสัญญาเช่าในปี 2555 ที่จะถึงนี้ เนื่องจากการรถไฟฯ ต้องการที่จะบริหารพื้นที่ดังกล่าวเอง เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ อีกทั้งไม่ต้องการให้มีปัญหาเรื่องอัตราค่าเช่าที่ดินเกิดขึ้นอีก

      ทั้งนี้การรถไฟฯ ได้ทำตามเงื่อนไขในสัญญาอย่างเคร่งครัดแล้ว คือแจ้งให้ทางคู่สัญญาทราบล่วงหน้าก่อนหมดสัญญา 5 ปี


      ผู้ว่าการการรถไฟฯ กล่าวย้ำว่า การรถไฟฯ ต้องการที่จะพัฒนาที่ดินบริเวณดังกล่าวเอง จึงไม่ขอต่อสัญญาอีก แต่อย่างไรก็คงต้องเรียกเก็บค่าเช่าที่กทม. ยังค้างจ่ายอยู่ให้ครบถ้วนเสียก่อนด้วย ส่วนแผนหลังจากครบสัญญาเช่ากับกทม. แล้ว การรถไฟฯจะเปิดประมูลหาเอกชนเข้ามารับสิทธิเพื่อบริหารจัดการตลาดจตุจักรแทน เพื่อให้มีศักยภาพในการพัฒนาอย่างเต็มที่ และเป็นระบบ เช่นเดียวกับการบริหารตลาดคลองเตย ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)

       สำหรับกรณีผู้ค้าที่อยู่ในตลาดนั้น ก็จะให้โอนสิทธิการทำสัญญามาขึ้นตรงกับการรถไฟฯ ซึ่งตรงนี้คงจะต้องมีการทบทวนในเรื่องของอัตราค่าเช่าให้เป็นปัจจุบัน ต้องทำสัญญากันใหม่ ส่วนกรณีที่เป็นแผงค้าซึ่งมีการขายสิทธิ รับช่วง หรือเซ้งกันต่อๆ มาหลายรุ่นจะดำเนินการอย่างไร คงต้องพิจารณาอีกทีหนึ่ง


       "การรถไฟฯ เองจะต้องศึกษารายละเอียด และจัดทำแผนพัฒนาอย่างชัดเจนขึ้นมาด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดีหาก กทม. อยากจะเข้าร่วมประมูลด้วย การรถไฟฯก็ไม่ขัดข้อง แต่ต้องขอดูศักยภาพในการบริหารจัดการ และแผนการพัฒนาก่อนว่าเป็นอย่างไร"

        ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากการรถไฟฯ ได้ชี้แจงถึงรายละเอียดว่า การเจรจาตกลงเรื่องอัตราค่าเช่าที่ และการต่อสัญญาเช่าที่ดินตลาดนัดจตุจักร ขนาดพื้นที่ 68 ไร่ ระหว่างกทม. และการรถไฟฯ นั้น ขณะนี้คณะกรรมการเจรจาอัตราค่าเช่าใช้ที่ดินตลาดนัดจตุจักร ได้สรุปข้อมูลเสนอไปให้ผู้บริหารตลาดจตุจักรพิจารณา เพื่อนำเสนอต่อผู้หารกทม. แล้ว

         โดยมีประเด็นเสนอให้ผู้บริหาร กทม. พิจารณา 3 ประเด็น ประกอบด้วย ประเด็นการเจรจาตกลงเรื่องอัตราค่าเช่าที่ ซึ่งยังตกลงไม่ได้ในอดีต นับตั้งแต่ปี 2544-2550 ประเด็นที่ 2 การเจรจาตกลงเรื่องอัตราค่าเช่าที่ดินในช่วงระยะเวลาปัจจุบันจนถึงสิ้นสุดสัญญา คือ ตั้งแต่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2551 และ ประเด็นที่ 3 คือการเจรจาขอต่อสัญญาใหม่

         แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวอีกว่า ในส่วนของ 2 ประเด็นแรกนั้น ทางการรถไฟฯ ยินยอมที่จะเจรจาให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนโดยเร็วที่สุด ส่วนประเด็นที่ 3 คือการต่อสัญญาเช่าที่ดินนั้น การรถไฟฯ จะขอเจรจาเมื่อถึงปีสุดท้ายของสัญญาเช่า คือปี 2554 โดยในส่วนของประเด็นแรกนั้น ได้ข้อตกลงในเบื้องต้นว่า กทม. จะจ่ายค่าเช่าที่ให้ การรถไฟฯ เป็นราคาที่ปรับเพิ่มแล้ว เป็นมูลค่า 64 บาท/ตารางเมตร/ปี ซึ่งในปัจจุบัน กทม. จ่ายอัตราค่าเช่าอยู่ที่ 32 บาท/ตารางเมตร/ปี ดังนั้น กทม.จะต้องจ่ายเงินย้อนหลังให้การรถไฟฯ คิดเป็นเงินรวมประมาณ 24 ล้านบาท

         ส่วนประเด็นที่ 2 สำหรับช่วงเวลาปัจจุบันนับจากปี 2551-2554 นั้น กทม. จะเสนอขอจ่ายอัตราค่าเช่าเป็นเงิน 122 บาท/ตารางเมตร/ปี คิดเป็นเงินที่จะจ่ายให้ การรถไฟฯ ปีละ 13.2 ล้านบาทเศษ

         อย่างไรก็ดี ต่อกรณีนี้ทางกทม. ได้ต่อรองกับการรถไฟฯ ว่า จะขอเจรจาเรื่องการต่อสัญญาเช่าครั้งใหม่เลย เนื่องจากเห็นว่า การต่อสัญญาเช่ารอบใหม่นั้น จะต้องมีการปรับเพิ่มอัตราค่าเช่า ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในอัตราที่สูงมาก ดังนั้นจึงต้องการให้ได้ความชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลแจ้งให้ผู้ประกอบการที่มีสัญญาเช่ากับกทม.อยู่ได้รับทราบ จะได้เตรียมตัวรองรับไว้ล่วงหน้า หากรอให้มีการเจรจากันในช่วงปีสุดท้ายที่จะหมดสัญญานี้ เกรงว่าจะปรับตัวรับมือกันไม่ทัน

         อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อผู้ค้า อาจจะมีการต่อต้านได้ ซึ่งทางการรถไฟฯ ก็ยินดีที่จะเจรจาด้วย จึงให้ทางกทม. เตรียมทำข้อมูลไปเสนอให้พิจารณา ซึ่งทางกทม. มีความต้องการที่จะเสนอขอต่อสัญญาต่อเป็นเวลา 30 ปี ส่วนเรื่องของผลตอบแทนนั้น คงต้องพิจารณาก่อน ซึ่งในเรื่องนี้ต้องเสนอให้ผู้บริหาร กทม. พิจารณาด้วยว่า จะให้คณะกรรมการชุดเดิมทำหน้าที่ต่อ หรือจะตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน

          แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวอีกว่า การรถไฟฯ ได้ส่งรายละเอียดทั้งหมดไปให้ทางผู้บริหารตลาดจตุจักรแล้ว เชื่อว่าหลังจากที่มีผู้ว่าฯกทม. แล้ว การเจรจาจะมีความคืบหน้าหลังจากที่ผู้บริหารกทม. พิจารณาแล้ว ก็จะเสนอให้บอร์ดการรถไฟฯพิจารณา จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจากันอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ดีในการพิจารณายังคงยึดประโยชน์ที่การรถไฟฯจะได้มากที่สุด

          ด้าน นายชาตรี โสภณบรรณารักษ์ ประธานสมาคมผู้ประกอบการค้าตลาดนัดจตุจักร กล่าว ว่า กรณีการเจรจาระหว่าง กรุงเทพมหานคร (กทม.) กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เรื่องการปรับอัตราค่าเช่า และการต่อสัญญาเช่าที่ดินตลาดนัดจตุจักรที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2544 นั้น ขณะนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งทำให้กลุ่มผู้ค้ารวมตัวกันเพื่อที่จะไปเจรจากับการรถไฟฯ เองโดยตรง รวมถึงจะไปเจรจากับ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าว


         "ที่ผ่านมา กทม. ใช้เวลาในการเจรจามากว่า 4 ปีแล้วยังไม่ได้ข้อยุติ แม้ว่าในขณะนี้นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกทม. จะรับปากว่าจะเร่งดำเนินการให้จบโดยเร็ว แต่ทางผู้ค้าเกรงว่าจะทำให้เรื่องยืดเยื้อไปอีก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการค้าของผู้ค้าที่ขึ้นทะเบียนอยู่กับกทม.อย่างถูกต้องที่มีกว่า 9,900 แผงค้า เพราะในปัจจุบันก็มีผลกระทบทำให้ตลาดซบเซาพอสมควรแล้ว ผู้ค้าเองก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถอยู่ต่อได้หรือไม่ จึงตัดสินใจรวมตัวกันขอเจรจาเอง

         นอกจากนั้นแล้วยังมีแนวคิดที่จะจัดตั้งสหกรณ์ผู้ประกอบการค้าตลาดนัดจตุจักร เพื่อเข้าไปเจรจาขอเช่าที่ดิน และบริหารตลาดโดยตรงกับการรถไฟฯ ต่อจากกทม. เอง ซึ่งเห็นว่าจะคล่องตัวกว่า

 


 
 






© Copyright 2004 by JatujakGuide.com All right reserved